วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แนวโน้มของห้องสมุด

ห้องสมุดสมัยก่อน
1. ให้บริการเมื่อห้องสมุดเปิดทำการเท่านั้น
2. การเข้าถึงเทคโนโลยีเพื่อการใช้งานมีความลำบาก ไม่สะดวกรวดเร็วทันใจ
3. มีเพียงคอยพิวเตอร์เครื่องเดียวในการใช้งาน ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้
4. หากต้องการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีต้องทำในงบประมาณ
5. มีการให้บริการเพียงทรัยากรสารสนเทศประเภทสิ่งพิมพ์เท่านั้น

ห้องสมุดสมัยใหม่
1. มีการเปิดกว้างในการเข้าถึงเทคโนโลยี ด้วยอินเทอร์เน็ต โลกกลายเป็นโลกออนไลน์
2. มีลักษณะเป็น Cloud Technology คือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถเข้าถึงเชื่อมต่อกันได้ทั่วโลก
3. การให้บริการตอบคำถามทันต่อความต้องการของผู้ใช้
4. ซอฟแวร์มีลิขสิทธิ์
5. มีการให้บริการทั้งแบบสิ่งพิมพ์และไม่ใช่สิ่งพิมพ์
6. บรรณารักษ์ต้องให้บริการตอบคำถามและทำการประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Social Network
7. ห้องสมุดเปิดให้บริการแก่ผู้ใช้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

New technology and Best Practice in Library Services & Digital Era


Best Practice จาก California State University
1 งานด้านเทคนิคของบรรณารักษ์
1.1 Prompt Cat. (การซื้อรายการบรรณานุกรมจาก OCLC)
1.2 Consortium Buying Power of Databases (จับมือร่วมกับหน่วยงานห้องสมุดอื่นๆ ในการซื้อฐานข้อมูลจากต่างประเทศ)
1.3 Explosion of Full-Text Linking in Database (การเชื่อมโยงฐานข้อมูลที่บอกรับ ให้สามารถค้นหาฐานข้อมูลแบบ fulltext ได้)
1.4 Partnering witk Worldcat for last ILL. (เข้าร่วมกับ Worldcat ในการแชร์ข้อมูล เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างห้องสมุดในท้องถิ่น)
1.5 Reference Statistics Software (เก็บข้อมูลจากบริการตอบคำถามมาแล้วประมวลผลหาความต้องการที่แท้จริงของห้องสมุด)
1.6 Library Instruction Request form (แบบฟอร์มขอบรรณารักษ์ไปช่วยในการสอน)

2. งายบริการผู้ใช้ห้องสมุด
2.1 IM Chart Reference (บริการตอบคำถามออนไลน์ตลอด 24 ฃั่วโมง)
2.2 Software to Control All Lab Screens (โปรแกรมที่ใช้ในการควบคุมหน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องสมุด)
2.3 Specialized Guides (แนะนำข้อมูลเพื่อช่วยในการสืบค้นเฉพาะเรื่อง)
2.4 Specialized Tutorials (เทคนิคในการสอนใช้ข้อมูลเฉพาะเรื่อง)
2.5 RefWorks Plug In and Workshop (โปรแกรมที่ใช้ในการสร้างบรรณานุกรมที่ถูกต้อง)
2.6 Outreach to International Student (แนะนำและสอนการใช้ห้องสมุดให้กับผู้ใช้บริการ)
2.7 International Partnership (สร้างความร่วมมือกับหน่วยงานระดับนานาชาติ)

การให้บริการเชิงรุก
1. สถานที่ในการให้บริการตอบคำถาม
2. การแนะนำบริการตอบคำถามให้ผู้ใช้บริการรู้จัก
3. เพิ่มแหล่งบริการค้นคว้าหาข้อมูลใหม่ๆในห้องสมุด
4. เพิ่มการศึกษาให้ผู้ใช้บริการมากๆ

ยุคดิจิตอล (Digital Era)
          หมายถึง ยุคที่ใช้ข้อมูลเพื่อการสื่อสาร โดยการแลกเปลี่ยน โอนถ่าย หรือ เคลื่อนย้าย






วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

การวัดผลประเมินผล & ห้องสมุด

การวัดผล      
          การวัดผล หรือ Measurement หมายถึง การกำหนดวัตถุสิ่งของ เหตุการณ์ ปรากฏการณ์ หรือพฤติกรรมต่างๆให้อยู่ในรูปของตัวเลข แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
          1. การวัดผลทางตรง
          2. การวัดผลทางอ้อม
                    2.1 ด้านสติปัญญา
                    2.2 ด้านความรู้สึก
                    2.3 ด้านทักษะกลไก
การประเมินผล
          การประเมินผล หรือ Evaluation หมายถึง การเก็บรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ได้มาใช้ในกระบวนการตัดสินใจ
          ประโยชน์ของการประเมิน
                    1. รู้ความบกพร่องของการทำงานแล้วมีการแก้ไข ปรับปรุง พัฒนางานให้ดีขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
                    2. เพื่อใช้ในการวางแผนและพัฒนาบุคลากร
                    3. เพ่อใช้ในการวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของหน่วยงานหรือองค์กร

การประกันคุณภาพ 
          การประกันคุณภาพ หมายถึง การดำเนินการตามมาตรการหรือระบบที่กำหนดไว้เพื่อสร้างความมั่นใจต่อสังคมว่าหน่วยงานหรือสถาบันนั้นๆมีคุณภาพและได้รับการรองรับมาตรฐาน
          ห้องสมุดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ จำเป็นที่จะต้องมีบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ ในการให้บริการกับกลุ่มผู้ใช้เป้าหมายให้เกิดความพึงพอใจได้ และช่วยขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและตรงกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เพื่อความสำเร็จขององค์กร บรรณารักษ์ต้องรู้หลักการจัดงบประมาณให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่าสูงสุด อีกทั้งมีการประเมินคุณภาพทุกขั้นตอนของการทำงาน เพื่อการพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการห้องสมุด โดยเฉพาะความพึงพอใจจากการเข้าใช้บริการของผู้ใช้ห้องสมุด


ห้องสมุด มีอยู่ 5 ประเภท ดังนี้
          1. หอสมุดแห่งชาติ
          2. ห้องสมุดประชาชน
          3. ห้องสมุดโรงเรียน
          4. ห้องสมุดมหาวิทยาลัย
          5. ห้องสมุดเฉพาะ


การดำเนินงานของห้องสมุด
          1. งานบริหาร ได้แก่ งานสารบรรณ งานบุคลากร งานการเงินและวัสดุ งานพิมพ์เอกสาร งานประชาสัมพันธ์ งานบันทึกสถิติต่างๆและรายงาน
          2. งานเทคนิค ได้แก่ งานจัดหา งานลงทะเบียน งานวิเคราะห์เลขหมู่ งานจัดเตรียมวัสดุเพื่อให้บริการ งานทำบัตรรายการ งานบำรุงรักษาวัสดุสิ่งพิมพ์ งานวารสารและหนังสือพิมพ์ งานทำบัตรดรรชนีวารสาร งานจัดทำกฤตภาค งานเย็บเล่มวารสาร งานจัดทำแผ่นภาพ
          3. งานบริการ ได้แก่ งานบริการผู้อ่าน บริการยืมคืน บริการตอบคำถาม บริการหนังสือจอง บริการจองหนัง บริการจุลสาร กฤตภาค งานจัดชั้นหนังสือ งานโสตทัศนูปกรณ์ งานจัดป้ายนิเทศ งานปฐมนิเทศการใช้ห้องสมุด งานบริการหนังสือและสิ่งพิมพ์อื่นๆ

งานบริการของห้องสมุด
          - บริการหลัก
          - บริการเสริม

งานบริการสารสนเทศในอนาคต
- Online world (โลกออนไลน์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็สะดวก รวดเร็ว ออนไลน์กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต) เช่น โฆษณา ITC DTAC
- Online Stop Service (บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ ประหยัดเวลา)เช่น Trove
- Collaboration Service (การร่วมมือกันในการให้บริการ) เช่น CMUL Service
- WAN - PULINET - THAILIS - TLA - ALIA - ALA เช่น IFLA net
- Social Medias (สังคมออนไลน์ การตอบสนองสังคมหลากหลายทิศทาง) เช่น Facebook, Twitter, Youtube
- Green Technology (เทคโนโลยีไอทีเพื่อสิ่งแวดล้อม) เช่น Youtube

ห้องสมุด 3 ดีของ สนักงาน กศน. 
          ดีที่ 1 ห้องสมุดดี
          ดีที่ 2 บรรยากาศดี
          ดีที่ 3 บรรณารักษ์ดี
                           บรรณารักษ์ต้องมีจิตบริการ คือ มีทัศนคติเชิงบวกกับงานบริการ มีจิตบริการ ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่เลือกปฏิบัติ รู้ลึก รู้รอบ รู้กว้าง รู้ไกล ทันสมัย มีความคิดสร้างสรรค์ ใฝ่เรียน ใฝ่รู้ รักการอ่าน รักการค้นคว้า มีบุคลิกภาพที่ดี กระตือรือร้น มีความสุขในการทำงาน

** IP หรือ Information Professional หมายถึง การเป็นบรรณารักษ์หรือนักสารสนเทศที่มีความเชี่ยวชาญในการทำงานเฉพาะด้าน

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

บรรณารักษ์ & การประเมิน

ทักษะและสมรรถนะของบรรณารักษ์ยุคใหม่

ทักษะด้านบุคลิกภาพ(Personal Skills)
1. มีการคิดวิเคราะห์ (Analytical)
2. มีความคิดสร้างสรรค์ (Creative)
3. มีความรู้ทางเทคนิค (Technical)
4. มีความยืดหยุ่น (Flexible)
5. มีการคิดไตร่ตรอง (Reflective)
6. มีความสามารถในการจัดการกับผู้ใช้ (Able to deal with a range of users)
7. มีการหาข้อมูลตลอดเวลา (Detective - Like)
8. มีความสามารถในการปรับตัว (Adaptable)
9. มีความสามารถในการตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้อย่างรวดเร็ว (Responsive others' needs)
10. มีความกระตือรือร้น (Enthusiastic)
11. มีความตื่นตัว (Self - motivated)

ทักษะทั่วไป (Generic Skills)
1. มีความรู้เกี่ยวกับสารสนเทศ (Information Literacy)
2. มีความสามารถในการติดต่อสื่อสาร (Communication)
3. มีการคิดแบบวิพากษ์วิจารณ์ (Critical Thinking)
4. มีความสามารถในการทำงานเป็นทีม (Teamwork)
5. มีจริยธรรมและความรับผิดชอบทางสังคม (Ethics and Social Responsibility)
6. มีความสามารถในการแก้ไขปัญหา (Problem Solving)
7. มีภาวะความเป็นผู้นำ (Leadership)

กฎระเบียบ-ความรู้เฉพาะด้าน (Discipline - Specific knowledge)
1. ข้อมูลของข้อมูล (Metadata)
2. การพัฒนาฐานข้อมูล (Database Development and DBMS)
3. ความต้องการของผู้ใช้ (User needs)
4. การจัดเก็บและรักษาสื่อดิจิตอล (Digital Archiving and Preservation)
5. การพัฒนาการเก็บรวบรวมสารสนเทศ (Collection Development)
6. ระบบการจัดการข้อมูล (Content Management System)


การประเมิน
          การประเมิน หมายถึง การวัดผลการดำเนินงานของกิจกรรม แล้วนำผลดังกล่าวมาปรับใช้ในการวางแผนการทำงานครั้งต่อไป เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งการประเมินจากผู้ใช้ถือเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาองค์กร
               ประเภทของการประเมิน
               1. แบ่งตามการประเมินค่า
                   1) การประเมินโดยยึดวัตถุประสงค์เป็นหลัก
                   2) การประเมินโดยไม่ยึดวัตถุประสงค์เป็นหลัก
               2. แบ่งตามลำดับเวลาที่ประเมิน
                   1) การประเมินก่อนเริ่มโครงการ
                   2) การประเมินระหว่างโครงการ
                   3) การประเมินหลังการดำเนินงาน
                   4) การประเมินผลกระทบ
               3. แบ่งตามจุดมุ่งหมายของการประเมิน
                   1) การประเมินเพื่อปรับปรุงหรือการประเมินความก้าวหน้า
                   2) การประเมินเพื่อสรุปผล
               4. แบ่งตามรูปแบบการประเมิน
                   1) การประเมินที่ยึดจุดมุ่งหมายเป็นหลัก
                   2) การประเมินที่เน้นการตัดสินคุณค่า
                   3) การประเมินที่เน้นการให้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ
          แบบสอบถาม หมายถึง เอกสารที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อเท็จจริงหรือความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสอบถาม โดยการรวบรวมข้อมูลอย่างมีหลักเกณฑ์และเป็นระบบ        
          โครงสร้างของแบบสอบถาม
              1. หนังสือนำหรือคำชี้แจง
              2. คำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว
              3. คำถามเกี่ยวกับคุณลักษณะหรือตัวแปรที่จะวัด
          หลักการสร้างแบบสอบถาม
              1. มีความสอดคล้องกับการประเมิน
              2. ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
              3. ใช้คำถามที่กะทัดรัด ได้ใจความ
              4. แต่ละคำถามมีนัยเพียงประเด็นเดียว
              5. ไม่ควรใช้คำย่อ
              6. ไม่ควรชี้นำให้ตอบไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่่ง
              7. หลีกเลี่ยงคำถามที่ทำให้ผู้ตอบเกิดความลำบากใจที่จะตอบ
              8. คำตอบที่ให้เลือกต้องมีความชัดเจนและครอบคลุมคำตอบทั้งหมด
              9. ไม่ควรถามคำถามมากเกินไป ควรถามในประเด็นที่สำคัญ
              10. คำถามต้องมีความน่าสนใจ เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้อยากตอบ

วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

Web 2.0 & Lib 2.0

ที่มาของแนวคิดห้องสมุด 2.0
1. พฤติกรรมผู้ใชเปลี่ยน & การพัฒนา IT
2. กฎของพาเรโต
3. เศรษฐศาสตร์หางแถวยาว
4. เทคโนโลยี Web 2.0
5. Lib 2.0

พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยน&การพัฒนาIT
          แนวโน้มการใช้ห้องสมุดในรูปแบบดิจิตอลของผู้ใช้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

กฎของพาเรโต
          วิลเฟรโต เป็นนักเศรษฐศาสตร์ ได้อธิบายถึงสิ่งสำคัญหรือมีประโยชน์มีอยู่เป็นจำนวนที่น้อยกว่าสิ่งที่ไม่สำคัญหรือไม่มีประโยชน์ซึ่งมีจำนวนที่มากกว่า ในอัตราส่วน 20 ต่อ 80 เช่น ร้อยละ 80 ของที่ดินในประเทศอิตาลีเป็นของกลุ่มประชากรเพียงร้อยละ 20 และคนใน 20 % ที่ครอบครองที่ดินในประเทศอิตาลีสามารถมีอำนาจหรือมีเงินที่จะซื้อในสิ่งที่ต้องการ ดังนั้นการทำธุรกิจจึงมุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้มีอำนาจในการซื้อเหล่านี้ ซึ่งจะเห็นจากปี 1906  ที่ยอดขายร้อยละ 80 มาจากลูกค้าชั้นดีเพียงแค่ 20%
แนวคิดกฎ 80/20 คือแนวคิดที่มองว่ายอดขาย 80% มาจากลูกค้าเกรด A

เศรษฐศาสตร์/ทฤษฎีหางแถว(Long Tail)
          Long Tail เป็นทฤษฎีทางการตลาดของ Chris Anderson ที่อธิบายไว้ว่า หากแกนตั้ง คือ ยอดขาย แกนนอน คือ สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ส่วนที่เป็นสีแดงของกราฟ คือ Hits หรือสินค้ายอดนิยม เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มใหญ่ ส่วนที่เป็นสีเหลือง คือ Nonhit หรือ Niches หรือสินค้าที่เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มน้อย หาซื้อได้ยาก เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่และชั้นวางแสดงสินค้า ซึ่งชี้ให้เห็นว่า แนวโน้มของตลาดเริ่มย้ายจากสีแดงเป็นสีเหลือง ขยายยาวไปทางขวาขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็น Niches ได้ง่ายมากขึ้น เช่น ปริมาณการขายแผ่นเสียงสำหรับนักร้องยอดนิยมมีน้อยกว่าผลผลิตเพลงของนักร้องที่ไม่เป็นที่นิยม
          กฎ 3 ประการของทฤษฎี Long Tail
              กฎข้อที่ 1 Make everything available
              กฎขอที่ 2 Cut the price in half. Now lower it
              กฎข้อที่ 3 Help me find it
          แนวคิดของ Long Tail เป็นแนวคิดทางการตลาดที่ต้องการให้ผู้ประกอบการหันมามุ่งเน้นพัฒนากลยุทธ์สำหรับสินค้าจำนวนมากที่มีผู้บริโภคต้องการน้อย เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายโดยการ รักษาลูกค้าชั้นดีที่มีอยู่เพียง 20% และจัดสรรทรัพยากรมายังปัจจัยส่วนน้อยที่เป็นประโยชน์ต่อการเกิดผลสวนใหญ่มากขึ้น
          เมื่อสำรวจการใช้ทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด พบว่า หนังสือเพียง 20% เท่านั้นที่ถูกยืมหรือถูกหยิบออกมาใช้ และอีก 80% ยังคงต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บ แต่มีผู้ใช้น้อย ถือเป็น Library Long Tail จึงต้องหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้หนังสือ 80% ได้รับการใช้งานมากขึ้น เช่น การพัฒนาระบบ OPAC หรือ Meta Search Tools เป็นต้น
   
Web 1.0


          Web 1.0 เป็นการติดต่อสื่่อสารบนอินเทอร์เน็ตระหว่างผู้อ่านกับเจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นไปลักษณะโต้ตอบทางเดียว กล่าวคือ ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์จะทำได้เพียงรับข้อมูลจากเนื้อหาขอเว็บไซต์ ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นหรือมีการโต้ตอบแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน
          เนื่องจากผู้ใช้ในปัจจุบันมีความต้องการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เนื้อหาที่ได้ต้องมีความทันสมัย อีกทั้งต้องการมีส่วนร่วมกับผู้พัฒนา จึงทำให้เกิด Web 2.0
Web 2.0
          Web 2.0 เป็นคำที่ใช้อธิบายลักษณะของเทคโนโลยี WWW และการออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบันที่มีลักษณะส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูล เพื่อการพัฒนาแนวความคิดและการออกแบบ รวมถึงการร่วมสร้างข้อมูลในโลกของอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและการปฏิวัติรูปแบบเทคโนโลยีที่นำไปสู่ Web Service
          ระดับของ Web 2.0
              ระดับ 3 ระดับการใช้งานจากผู้ใช้ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต มีลักษณะการสื่อสารภายใต้เว็บไซต์เดียวกัน เช่น Wikipedia, Skype, Ebay เป็นต้น
              ระดับ 2 ระดับการจัดการทั่วไปที่สามารถใช้งานได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่านอินเทอร์เน็ต มีการเชื่อมโยงผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน เมื่อมีการใช้งานบนออนไลน์ เช่น Flickr เป็นต้น
              ระดับ 1 ระดับการจัดการทั่วไปที่สามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านอินเทอร์เน็ต มีความสามารถมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานบนออนไลน์ เช่น Google Docs, iTunes เป็นต้น
              ระดับ 0 ระดับที่สามารถใช้งานได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น Google Map เป็นต้น

          คุณลักษณะของเว็บ 2.0
              1. เกิดแนวคิดของการสร้างสรรค์ธุรกิจเว็บไซต์และการออกแบบต่าง ๆ เกิดการดำเนินธุรกิจออนไลน์ด้วยแนวทางใหม่ๆ เกิดโมเดลทางธุรกิจที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้ธุรกิจเว็บไซต์กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล
              2. ผู้ใช้สามารถเข้ามาจัดการเนื้อหาบนหน้าเว็บได้และสามารถแบ่งปันเนื้อหาที่ผ่านการจัดการให้กับกลุ่มคนในโลกออนไลน์ได้  ก่อให้เกิดสังคมออนไลน์และเกิดกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น
              4. เนื้อหามีการจัดเรียง จัดกลุ่มมากขึ้น
              5. ลักษณะเนื้อหามีการแบ่งส่วนบนหน้าเพจ ซึ่งเปลี่ยนจากข้อมูลก้อนใหญ่มาเป็นก้อนเล็ก
              6. มีการบริการหลายเว็บไซต์ที่มีแนวทางเดียวกัน

Library 2.0
          Library 2.0 เป็นแนวคิดของการพัฒนาเว็บไซต์ในการให้บริการและการประชาสัมพันธ์ของห้องสมุด โดยเน้นเรื่องการสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ ซึ่งยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง คือการเปิดช่องทางในการสื่อสารถามตอบแบบ Real Time ด้วยบริการ ICQ, MSN ระหว่างผู้ใช้ห้องสมุดกับบุคลากรในห้องสมุด อีกทั้งผู้ใช้สามารถร่วมกันสร้างสรรค์เนื้อหา เช่น Wiki, Blog ของห้องสมุด ความสามารถในการทำงานร่วมกัน โดยมีการนำเสนอด้วยสื่อมัลติมีเดียที่เหมาะสมและเนื้อหาสาระที่มีคุณค่าต่อผู้ใช้ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
          Web 2.0 มีแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างช่องทางการติดต่อสื่อสารและการสร้างความร่วมมือ
          การเข้าสู่่โลก ของ 2.0 ของห้องสมุด
          Blog – บทความออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเขียนเรื่องอะไรก็ได้ให้ผู้สนใจได้ติดตาม
          Wiki – เป็นต้นแบบของการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้เขียนบทความ สารานุกรมในเรื่องที่น่ารู้ต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้ช่วยกันเขียน ปรับปรุง แก้ไขเนื้อหาให้้ถูกต้องสมบูรณ์
          Folksonomy – เรียกอีกอย่างว่า Tag เป็นคำหรือข้อความที่บอกถึงหมวดหมู่ กลุ่มเนื้อหาของสิ่งต่างๆ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย อาจจะประยุกต์ใช้โดยให้ข้อมูลการนำไปใช้ก็ได้
          RSS – รูปแบบการรับส่งข้อมูลข่าวสารที่สะดวก รวดเร็ว ทำให้ผ้ใช้สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเว็บต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น เพียงแค่บอกรับ (Subscribe) เว็บไซต์ที่สนใจ หากมีการ Update ใดๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งมายังผู้บอกรับเองโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเข้าไปเว็บไซต์นั้นให้เสียเวลา
          Podcast และ Videocast – การเผยแพร่ไฟล์เสียงและไฟล์วิดีโอต่างๆ ที่น่าสนใจ เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน ซึ่งผู้ใช้สามารถบอกรับการ Update ได้เช่นเดียวกับระบบของ RSS
          Social Bookmarking – แบ่งปัน URL ของเว็บไซต์ที่น่าสนใจร่วมกัน  ทำให้เกิดแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ห้องสมุดบางแห่งใช้ del.icio.us เพื่อการสร้าง Subject Guide หรือชี้แหล่งข้อมูลในหัวเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ หรือใช้เพื่อการตอบคำถามได้อีกด้วย
          Social Networking  เครือข่ายทางสังคมของผู้ที่สนใจสิ่งที่เหมือนกัน เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเฉพาะด้านร่วมกัน
          Next Generation OPAC – การสืบค้นหนังสือหรือข้อมูลยุคใหม่ ที่ต้องสะดวก รวดเร็ว ผู้ใช้สามารถไปยังข้อมูลที่สนใจได้ง่าย มีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ มีเครื่องมือในการช่วยเหลือเพื่อการใช้งานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นในรายการต่างๆ ได้

วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การตลาดบริการของห้องสมุด



การตลาดบริการของห้องสมุด

การบริการ

          หมายถึง กิจกรรมของกระบวนการส่งมอบสินค้าที่ไม่มีตัวตนของธุรกิจให้กับผ้รับบริการ โดยต้องตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการจนนำไปสู่ความพึงพอใจได้         
การตลาด
หมายถึง กระบวนการทางสังคม ซึ่งบุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่า เพื่อสนองความจำเป็นและความต้องการ โดยการแลกเปลี่ยนหรือทำการซื้อขายกับผู้อื่น หากผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจเมื่อได้รับประโยชน์จากการบริโภค จะมีการกลับมาซื้อผลิตภัณฑ์หรือใช้บริการขององค์การหรือสถาบันอีก 
ความจำเป็น หมายถึง สิ่งที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องบริโภคเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แบ่งออกเป็นความจำเป็นของร่างกาย ได้แก่ ปัจจัย และความจำเป็นของสภาพทางสังคมและอารมณ์ ได้แก่ เพื่อน ความอบอุ่น ความมั่นคง ความปลอดภัย
ความต้องการ หมายถึง ความปรารถนาที่นอกเหนือจากความจำเป็น เพื่อให้ดำรงชีวิตอย่างมีความสุข เนื่องจากเกิดความพึงพอใจตามความอยากได้อยากมี ความต้องการสามารถทำรายได้ให้กับเจ้าของสินค้าเป็นอย่างมาก หากสามารถสร้างสินค้าและบริการออกมาตรงกับความต้องการของผู้บริโภคมากที่สุด การที่จะทำให้สามารถนำเสนอสินค้าและบริการตรงกับความต้องการของผู้ใช้นั้น นักการตลาดจำเป็นต้องทำการสำรวจความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคเพื่อให้ผู้ผลิตสามารถวางแผนการทำงานได้ เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นนักการตลาดจึงต้องมีความกระตือรือร้นและมีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา 
ปัจจัยสำคัญในความคิดทางการตลาดปัจจุบัน
1.    เน้นคุณภาพและคุณค่าของสินค้า เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ กล่าวคือ สินค้าต้องมีความสวยงามทันสมัยและสามารถใช้งานหรือใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า
2.    เน้นความสัมพันธ์และการรักษาลูกค้า
3.    เน้นการกระบวนการทางธุรกิจและการประสานงานกันในหน่วยธุรกิจ
4.    เน้นความคิดที่เป็นสากล&ตลาดไร้พรมแดน
5.    เน้นการสร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางธรกิจ โดยเฉพาะการรักษาลูกค้าประจำ
6.    เน้นการตลาดบริการ 
7.    เน้นจริยธรรมทางการตลาด คือ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค
8.   เน้นการตลาดขายตรง เช่น พนักงานขาย และตลาดระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่ให้ลูกค้าต้องมีความถูกต้อง ครบถ้วน
การจัดการการตลาด
            หมายถึง กระบวนการวางแผนและการปฏิบัติโดยอาศัยแนวคิดการเลือกตลาดเป้าหมาย การหาลูกค้า การรักษาลูกค้า การกำหนดราคา การส่งเสริมการตลาด การจัดจำหน่ายสินค้าและบริการ เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดการแลกเปลี่ยน โดยฝ่ายหนึ่งใช้วิธีการต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายหนึ่งและสื่อสารให้ลูกค้าเห็นคุณค่าของสินค้าและบริการที่ลูกค้าได้รับ ทำให้เกิดการบรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร องค์กรจึงจำเป็นต้องรู้ว่าผู้ใช้ต้องการอะไร ต้องการในรูปแบบใด ต้องการเวลาไหน และองค์กรสามารถมอบสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ทันเวลาที่ลูกค้าต้องการหรือไม่ และจะทำอย่างไรให้สินค้านั้นอยู่คงทนถาวร
จุดมุ่งหมายทางการตลาด
            หมายถึง การรู้จักและเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดี เพื่อจัดสินค้าและบริการที่เหมาะสม สินค้าและบริการต้องมีความพร้อมตลอดเวลาเพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้าที่พร้อมจะซื้อ
ปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของนักการตลาด
1.      สินค้าที่จับต้องได้
2.      การบริการ
3.      ประสบการณ์
4.      เหตุการณ์
5.      สถานที่
6.      บุคคล
7.      ทรัพย์สิน
8.      องค์กร
9.      ข้อมูลข่าวสารหรือสารสนเทศ
10.  ความคิดที่สร้างสรรค์
แผนการตลาด
หมายถึง การกำหนดทิศทางและแนวทางในการทุ่มเทความพยายามทางการตลาด ตลอดจนกลไกในการตรวจสอบและประเมินผลกิจกรรมทางการตลาดไว้ล่วงหน้า
โครงการในการจัดนิทรรศการประกอบด้วย เหตุผลที่มีการจัดโครงการ รวมทั้งวัตถุประสงค์, วิธีการดำเนินงาน, ขั้นตอนการจัด, งบประมาณ, ประโยชน์ที่ได้รับซึ่งอาจได้รับทั้งผู้ใช้และห้องสมุด, การประเมิน ต้องกำหนดว่าผู้ที่ทำการประเมินคือใคร ใช้วิธีใดในการประเมิน เพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดนิทรรศการครั้งต่อไป ซึ่งการจัดนิทรรศการเป็นการแลกเลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน เกิดการสร้างเครือข่าย สร้างประสบการณ์ในการทำงาน สร้างงาน สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบัน
กระบวนการวางแผนการตลาด
1. พิจารณาพนธกิจขององค์กร
2. วิเคราะห์สถานการณ์แวดล้อมของธุรกิจและการตลาด
3. พิจารณาตลาดเป้าหมายหลักของสินค้าและบริการ
4. กำหนดกลยุทธ์ สร้างความแตกต่างและจุดเด่นของสินค้าและบริการ 
5. พัฒนาโปรแกรมทางการตลาด
กิจกรรมการตลาด
1. การตลาดภายนอก คือ การทำงานภายนอกองค์กรและองค์กรไม่สามารถควบคุมได้
2. การตลาดภายใน คือ การทำงานภายในองค์กรและองค์กรสามารถควบคุมได้ สิ่งสำคัญ คือ การติดต่อสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน เพื่อให้การทำงานประสบผลสำเร็จและมีความก้าวหน้า 
3. การตลาดปฏิสัมพันธ์
ความสำคัญของแผนการตลาด
1.      สำคัญในฐานะให้รายละเอียดของการเริ่มต้นธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีเป้าหมายในการกำหนดแนวทางของความคิดที่ชัดเจน
2.      สำคัญในฐานะเครื่องมือที่ช่วยให้พนักงานภายในองค์กรมองไปที่เป้าหมายเดียวกัน
3.     สำคัญในฐานะที่เป็นเสมือนพิมพ์เขียวที่ให้รายละเอียดของกิจกรรมต่างๆ เพื่อกำหนดการปฏิบัติงานที่ต่อเนื่องในอนาคตของกิจการ
4.     สำคัญในฐานะช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
การตลาดบริการสารนิเทศธุรกิจ
หมายถึง การผสมผสานวิธีการตลาดเชิงสังคมและการตลาดเชิงธุรกิจเข้าด้วยกัน ซึ่งผู้ให้บริการต้องพยายามจัดหาสารนิเทศที่ผู้ใช้ต้องการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้ผู้ใช้เกิดความพึงพอใจ เห็นคุณค่าของสารนิเทศและใช้สารนิเทศมากขึ้น
สำหรับการตลาดเชิงสังคม หมายถึง ผู้ใช้สารสนเทศสามารถแสวงหาสารสนเทศได้ด้วยตนเอง เกิดสังคมของความต้องการใช้สารสนเทศเกิดขึ้น เกิดการแสวงหาสารสนเทศที่ตนต้องการ บรรณารักษ์จึงพยายามที่จะนำเสนอให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ให้มากที่สุด เพื่อให้ผู้ใช้เกิดความพึงพอใจและมาใช้บริการอีก
สำหรับการตลาดเชิงธุรกิจ หมายถึง การให้สารสนเทศแบบมีค่าใช้จ่าย ไม่มีการให้เปล่า เนื่องจากการทำธุรกิจย่อมมีการลงทุน
การเข้าถึงข้อมูลต้องรู้ถึงวิธีการได้มาซึ่งข้อมูลที่ต้องการ โดยต้องรู้แหล่งสารสนเทศ รู้วิธีการเข้าถึง และรู้วิธีการคัดเลือกสารสนเทศที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด 
สารนิเทศในรูปฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์
หมายถึง ผลิตภัณฑ์สารสนเทศที่ถูกนำไปบรรจุและบันทึกลงในคอมพิวเตอร์ โดยผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศจากการค้นจากฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือช่วยค้น
องค์ประกอบ ประการของวิธีการตลาด
1.    ผลิตภัณฑ์(Product) หมายถึง สินค้าหรือบริการที่ผู้ผลิตจัดทำขึ้น ผลิตภัณฑ์สารสนเทศมีทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่อโสตทัศน์ เป็นสินค้าที่ผู้ผลิตทำการผลิตเพื่อจำหน่าย ผู้ให้บริการสารนิเทศใช้ประโยชน์จากผลิตภัณฑ์เหล่านั้นเพื่อการให้บริการแก่ผู้มาใช้ห้องสมุด
2.    ราคา(Price) หมายถึง ราคาผลิตภัณฑ์หรือบริการสารนิเทศที่ผู้จำหน่ายกำหนดขึ้น ซึ่งราคาควรกำหนดอย่างมีเหตุผล ผู้บริโภคยอมรับว่ามีคุณค่าสมกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และยินดีซื้อหาไปบริโภค
3.    สถานที่(Place) หมายถึง ที่ตั้งของสถาบันบริการสารนิเทศ การเลือกสถานที่สำหรับการบริการสารนิเทศต้องคำนึงถึงอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกด้านการสื่อสารควบคู่กับสถานที่ที่ผู้ใช้บริการไปมาสะดวกด้วยตนเอง
4.    การส่งเสริมการขาย(Promotion) หมายถึง การคิดวิธีจูงใจให้มีผู้ใช้สารนิเทศมากขึ้น
**Information Broker หมายถึง ตัวแทนจัดหาข้อมูล 
ส่วนประสมการตลาดบริการ
การบริการแม้เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น แต่เป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการเป็นอย่างมาก ผู้ให้บริการจึงต้องมีคุณสมบัติของการบริการที่เหมาะสม ผู้บริหารด้านการตลาดของแหล่งสารสนเทศต้องให้ความสำคัญในการสร้างจิตสำนึกในการให้บริการ โดยคาดหวังว่าผู้ใช้จะได้รับข้อมูลที่ตรงกับความต้องการ ซึ่งจะช่วยเป็นแรงกระตุ้นผลักดันให้ผู้ให้บริการบริการแก่ผู้อย่างเต็มที่ด้วยความเต็มใจและตั้งใจ
1.    ผลิตภัณฑ์ (Product)หมายถึง ข้อเสนอทั้งหมดที่เรามีให้ผู้ใช้ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์หลัก คือสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการและผลิตภัณฑ์เสริม คือ สิ่งที่เป็นข้อเสนออื่นๆที่ผู้ผลิตมอบให้กับผู้ใช้
2.    ราคา (Price) หมายถึง เครื่องมือด้านการตลาดที่มีความสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของกิจการบริการ เนื่องจากราคามีผลต่อการรับรู้ของผู้ใช้ในเรื่องคุณค่าและคุณภาพของการบริการ
3.    สถานที่จัดจำหน่ายบริการ (Place) หมายถึง การนำเสนอบริการให้ไปถึงผู้ใช้ ซึ่งควรพิจารณาในเรื่องการเข้าถึงบริการและความพร้อมที่จะให้บริการ การเลือกรูปแบบการนำเสนอบริการควรเลือกรูปแบบที่เน้นด้านความสะดวกสบายของผู้ใช้มากที่สุดและต้องเป็นรูปแบบที่กิจการสามารถให้บริการได้ด้วย
4.    การส่งเสริมการตลาด (Promotion) มีบทบาท ประการ คือ การให้ข้อมูลแก่ลูกค้า การชักจูงลูกค้าให้ซื้อผลิตภัณฑ์ของกิจการและการเตือนความทรงจำของลูกค้า
5.    บุคคล (People) หมายถึง บุคคลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนอบริการและการให้บริการแก่ผู้ใช้ รวมทั้งผู้รับบริการในแง่ของห้องสมุด ผู้บริหารต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการสร้าง จิตสำนึกในการให้บริการ
6.    กระบวนการ (Process) หมายถึง ขึ้นตอน วิธีการและกิจกรรมต่างๆในการนำเสนอบริการ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตบริการและการดำเนินงานเพื่อเพิ่มความดึงดูดใจลูกค้า
7.    หลักฐานทางกายภาพ (Physical Evidence) หมายถึง สิ่งที่เป็นรูปธรรม ที่สามารถมองเห็นได้หรือรับรู้ได้ ทำหน้าที่สื่อสารถึงตำแหน่งและคุณภาพของการบริการ
แผนการตลาดสำหรับห้องสมุด
1. บทสรุปผู้บริหาร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับที่มาขององค์กรแบบสังเขป ชี้ให้เห็นถึงจุดยืนของห้องสมุดอย่างชัดเจน กล่าวถึงภาพรวมของห้องสมุด
2. พันธกิจ คือ พันธะสัญญาที่ใช้ในการปฏิบัติงาน
3. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อม คือ การวิเคราะห์และเสนอแนวทางในการแก้ไขหากเกิดปัญหา
4. การวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค
5. การวิเคราะห์งาน เช่น งานในห้องสมุดมีความสอดคล้องกันหรือไม่ สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่ มีการส่งเสริมทางการศึกษาและวัฒนธรรมหรือไม่
6. วัตถุประสงค์จำเพาะเจาะจงหรือเป็นกรณีพิเศษหรือสำคัศในการพัฒนาห้องสมุด
7. ส่วนแบ่งการตลาด การกระตุ้นให้มีผู้ใช้เข้ามาใช้บริการมากขึ้น มีการเปลี่ยนกลยุทธ์ทางการตลาด มีการทำการวิจัยทางการตลาด
8. กลยุทธ์ทางการตลาด คือทางในการสื่อสารทางการตลาด
9. การวิจัยตลาด เพื่อสำรวจความต้องการของผู้ใช้ โดยฌแพาะกลุ่มเป้าหมาย
10. ส่วนผสมการตลาด
11. การประเมิน ต้องมีการประเมินทุกๆกิจกรรมเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป
12. ตารางเวลาเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผนที่วางไว้
13. งบประมาณ ต้องสมเหตุสมผลและปฏิบัติได้จริง







วันเสาร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2554

การประชาสัมพันธ์ของห้องสมุด

การประชาสัมพันธ์ของห้องสมุด

การวางแผนการประชาสัมพันธ์ หมายถึง การกำหนดวิธีการปฏิบัติเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานประชาสัมพันธ์ เพื่อให้การดำเนินงานมีความสอดคล้องต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งลักษณะการวางแผนการประชาสัมพันธ์ที่ดีต้องมีความยืดหยุ่น ปฏิบัติได้ มีความสร้างสรรค์ เหมาะสมกับเวลาและประเมินผลได้ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ
ความสำคัญของการประชาสัมพันธ์
1.   สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันหรือองค์การกับประชาชนที่เกี่ยวข้อง
2.    ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีหรือมีชื่อเสียงไปในทางที่ดี
3.    ช่วยผลักดันให้การดำเนินงานของสถาบันหรือองค์การเป็นไปด้วยดี
4.     ใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารทางการตลาดขององค์การหรือสถาบันที่เป็นหน่วยงานธุรกิจ
5.     ใช้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาหรือวิกฤติต่างๆที่เกิดขึ้นกับสถาบันหรือองค์การ
6.      การประเมินผล เพื่อทราบว่ากลุ่มเป้าหมายรับรู้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่
หลักในการสื่อสาร
1.   ความถูกต้องน่าเชื่อถือ
2.   ความเหมาะสมกับเนื้อหาสาระ
3.    ความแจ่มแจ้ง
4.    ความเหมาะสมกับกาลเทศะ
5.    ความต่อเนื่องสม่ำเสมอ
6.    ความเหมาะสมในการใช้สื่อ
7.    ความสามารถของผู้รับสาร
ลักษณะการสื่อสารประชาสัมพันธ์
1.     เป็นการสื่อสาร 2 ทาง
2.     เป็นได้ทั้งแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ที่เป็นทางการ คือ มีการวางแผน เขียนโครงการ          ดำเนินการ ประเมินและสรุป ส่วนที่ไม่เป็นทางการ คือ การคิดขึ้นมาทันที ไม่มีการวางแผน
3.     มีจุดมุ่งหมายเฉพาะ
4.     สามารถควบคุมสื่อได้เอง
5.     มีกลุ่มเป้าหมาย
ภาพลักษณ์ขององค์การ
                ภาพลักษณ์ หมายถึง ภาพที่เกิดขึ้นในจิตใจของบุคคลที่มีความรู้สึกนึกคิดต่อองค์การหรือสถาบัน ซึ่งอาจมาจากประสบการณ์ตรงและประสบการณ์อ้อมของตนเอง หรืออาจกล่าวได้ว่าภาพลักษณ์เป็นความประทับใจในสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือคนใดคนหนึ่งหรือองค์การใดองค์การหนึ่ง
                ทุกองค์การหรือทุกหน่วยงานต้องการให้องค์การหรือหน่วยงานของตนมีภาพลักษณ์ที่ดี ซึ่งการเกิดภาพลักษณ์ที่ดีนั้นต้องอาศัยเวลา การสั่งสมแนวปฏิบัติที่ดี และคุณลักษณะที่ดีของบุคลากรที่เป็นเครื่องผลักดันให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี เมื่อเกิดภาพลักษณ์ที่ดีแล้วองค์การหรือหน่วยงานต้องรักษาภาพลักษณ์นั้นไว้ โดยฝ่ายประชาสัมพันธ์ขององค์การจะมีหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับองค์การสู่สาธารณชน
การเกิดภาพลักษณ์
1.  ภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อม
2.   ภาพลักษณ์ที่เกิดจากกระบวนการสร้างภาพลักษณ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นหรือต้องการให้เป็นโดยองค์การหรือสถาบัน
การวางแผนการประชาสัมพันธ์
หมายถึง การกำหนดวิธีการปฏิบัติเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานประชาสัมพันธ์และเพื่อให้การดำเนินงานนั้นๆมีความสอดคล้องต่อเนื่องกับเป้าหมายที่วางไว้ เช่น การระบุกิจกรรมต่างๆพร้อมทั้งเวลาสถานที่และรายละเอียดต่างๆที่มีความเหมาะสม
                                ความสำคัญของการวางแผน
1.   ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพ
2.   ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีกำลังใจในการทำงานมากขึ้น
3.   ช่วยให้เกิดการประสานงานภายในเป็นไปอย่างราบรื่น
4.    ช่วยเพิ่มความเข้าใจที่ถูกต้อง แก้ไขความเข้าใจที่ผิด
5.    ช่วยให้สามารถระบุปัญหาของสถาบัน เพื่อใช้การประชาสัมพันธ์แก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านั้น
6.    ช่วยให้มีการติดตามประเมินผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ลักษณะการวางแผนการประชาสัมพันธ์ที่ดี
1.   ยืดหยุ่น
2.   ปฏิบัติได้
3.   เหมาะสมกับเวลา
4.    มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
5.    ประเมินผลได้

การบริการสารสนเทศรูปแบบต่างๆ & กิจกรรมห้องสมุด & การประชาสัมพันธ์ของห้องสมุด


การบริการสารสนเทศรูปแบบต่างๆ

Trend 1: Cloud computing
             มิติที่ 1 หมายถึง ระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ที่ใดก็ได้ ซึ่งไม่มีแหล่งบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าอยู่ที่ใดหรือประเทศใด เป็นการทำงานที่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต แล้วมีการประเมินผลโดย Network กลางของโลก
            มิติที่ 2 หมายถึง กลุ่มก้อน กล่าวคือ เครื่องเซิร์ฟเวอร์กลางไม่ได้มีเพียงแค่กลุ่มเดียว แต่สามารถรองรับคนทั่วโลกได้ไม่จำกัดจำนวน เพราะมีการตั้งเซิร์ฟเวอร์กระจายไปทั่วโลก ไม่ได้ตั้งอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่ง
ปรากฏการณ์ Black April เป็นเหตุการณ์ที่เกิดข้นมาเมื่อเดือนเมษายนที่ประเทศอเมริกาที่ไฟฟ้าดับทั้งประเทศ ส่งผลกระทบให้เซิร์ฟเวอร์กลางให้บริการไม่ได้ ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เช่น เซิร์ฟเวอร์กลางของ Gmail, Amazon, Yahoo ให้บริการไม่ได้ ซึ่งเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้มีเพียง 1 เซิร์ฟเวอร์หรือ 1 ระบบงานเท่านั้น
Cloud แบ่งแยกตามกลุ่มผู้ใช้ ดังนี้
1.      ระดับองค์กร เช่น Cloud Library
2.      ระดับบุคคลหรือบริการ มีการใช้ Cloud มากกว่า 1 บริการและไม่ทราบว่าเซิร์ฟเวอร์อยู่ที่ไหน เช่น Gmail(Cloud Goole), Facebook, Meebo
3.      ระดับผสม เช่น Dropbox ในประเทศไทย เช่น สำนักหอสมุดของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีการใช้ Cloud แบบผสม คือ Public และ Hybrid
Cloud แบ่งแยกตามการให้บริการ
1.      Public Cloud เป็นแบบสาธารณะหรือระดับองค์กร เช่น Gmail, Facebook
2.      Private Cloud เป็นแบบส่วนบุคคล เช่น Dropbox
3.      Hybrid loud เป็น Cloud ที่ Public Cloud กับ Private Cloud รวมกัน มีการจัดทำเป็นแบบสาธารณะ จึงสามารถให้บริการทั่วโลก
Cloud แบ่งแยกตามเทคโนโลยี
1.      SaaS หรือ Software as a Service เป็นซอฟท์แวร์ที่ไม่จำเป็นต้องติดตั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์และติดตั้งซอฟต์แวร์ทีละเครื่อง เพียงแค่ทราบ url เท่านั้นก็สามารถติดตั้งซอฟต์แวร์ได้ทั้งหมด
2.      IaaS หรือ Infrastructure as a Service มีการให้บริการเซิร์ฟเวอร์ฟรี โดยที่ไม่ต้องเข้าพื้นที่หรือซื้อเซิร์ฟเวอร์
3.      PaaS หรือ Platform as a Service คือ การที่นักโปรแกรมเมอร์สามารถเขียนโปรแกรม เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
Trend 2: Mobile Device
            หมายถึง การบริการของห้องสมุดที่อยู่บน Mobile ซึ่งต้องสำรวจว่าผู้ใช้ใช้ Mobile จริงหรือไม่และใช้ประเภทใดมากที่สุด ดังเช่นก่อนการสร้างเว็บไซต์ต้องประเมินผู้ใช้ก่อนว่าใช้อุปกรณ์ประเภทใดในการเข้าถึง โดยแบ่งประเภท Mobile ออกเป็นดังนี้
1.      Smart Phone : Java, Debian
2.      Tablet : Android (Galaxy Tab, LG, HTC)
3.      eReader : IOS
4.      Netbook : Windows
Trend 3: Digital Content & Publishing
            เช่น e-Book, Instutitional Repository, Digital Library, OJS
            e-Book
1.      การได้มาของเนื้อหา โดยการนำผลงานของอาจารย์มาจัดทำเป็นรูปแบบของ e-Book ไว้ในห้องสมุด
2.      กระบวนการผลิตและรูปแบบ
การเลือกรูปแบบควรมีการสำรวจผู้ใช้หรือกลุ่มเป้าหมายว่าใครเป็นผู้อ่าน มีความต้องการในแบบใด ซึ่งควรผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้
รูปแบบ
(1)   .doc เป็นการพิมพ์ใน Microsoft Word แล้วนำไปเผยแพร่
(2)   .pdf ถ้าเป็นแบบปกติจะดาวน์โหลดได้เร็ว แต่ถ้าเป็นแบบละเอียดเมื่อพิมพ์ออกมาจะมีความคมชัด
(3)   Flip eBook อาจจะแสดงบนเว็บไซต์ได้หรือไม่ได้ก็ได้ ขึ้นอยู่กับโปรแกรม
(4)   Flash Flip eBook สามารถแสดงบนเว็บไซต์ได้
(5)   ePublishing อาจทำเป็นแผ่นพับ โปสเตอร์ หรือหนังสือต่างๆ ซึ่งอยู่ในรูปของอิเล็กทรอนิกส์
(6)   ePub เช่น Smart Phone, IPAD, iPhone.Galaxy Tab
(7)   Digital Multimedia Book มีคุณสมบัติพิเศษ คือ เมื่อคลิกภาพแล้วจะเล่นเป็นวิดีโอ เนื่องจากรูปภาพไม่ใช่ภาพนิ่งแต่เป็นภาพเคลื่อนไหว
3.      ลิขสิทธิ์ แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ลิขสิทธิ์ของต้นฉบับและลิขสิทธิ์การเผยแพร่ ซึ่งการจัดทำ e-Book ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของก่อนและต้องทำตามเงื่อนไขที่เจ้าของลิขสิทธิ์กำหนด
Trend 4: Crosswalk Metadata
            หมายถึง การเดินข้ามจากชุดข้อมูลหนึ่งไปอีกชุดข้อมูลหนึ่ง เป็นการผสมผสานเมทาดาทามากกว่า 1 ประเภทหรือ 1 รูปแบบในวัตถุ 1ชิ้น ซึ่งเมทาดาทามีหลายรูปแบบ ดังนี้
1.      MARC
2.      MARCML
3.      Dublin Core
4.      ISAD
5.      CDWA
6.      RDF
7.      OWL
8.      MODS
9.      METS
10.  PDF
11.  DOC
12.  EXIF
13.  XMP
14.  IPTC
Trend 5: Open Technology
1.      Z.39.5 เป็นมาตรฐานของการแลกเปลี่ยนข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือหรือทรัพยากรที่ทำการ Catalog เข้าไปในห้องสมุดผ่าน LIS กับ LIS ซึ่งบรรณารักษ์ไม่ต้องทำการ Catalog อีก เนื่องจากสามารถคัดลอกบรรณานุกรมที่มีคนทำไว้แล้วมาใส่ โดยการป้อน ISBN เข้าไปในโปรแกรม แล้วโปรมแกรมจะดูดบรรณานุกรมของห้องสมุดอื่นมาใส่ให้
2.      Z.39.88 จะช่วยในการให้ข้อมูลบรรณานุกรมกับ Reference Manager Software ของห้องสมุด กับ Reference Manager Application อื่นๆ เป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลบรรณานุกรมหนังสือหรืออื่นๆ
Trend 6: Data & Information Mining/Visualization
            หมายถึง ระบบฐานข้อมูลที่ให้ผลลัพธ์มากกว่าที่ค้น เช่น ค้นคำว่า car จะแสดงผลลัพธ์งานวิจัยเกี่ยวกับ car มาจากประเทศใดบ้าง แต่ละประเทศมีกี่รายการ เป็นต้น
Trend 7: Green Library
            เกิดจากกระแสภาวะเรือนกระจกหรือโลกร้อน เป็นแนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้ห้องสมุดมีส่วนช่วยลดโลกร้อน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1.      Green Building  เป็นการปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงบริเวณอาคารสถานที่และจัดสถานที่ เช่น การปลูกต้นไม้บนหลังคา การย้ายโต๊ะเก้าอี้มาไว้ใกล้หน้าต่าง การใช้สวิตช์ไฟเปิดปิดอัตโนมัติ โดยจะเปิดเฉพาะบริเวณที่มีคนมานั่งอ่านหนังสือเท่านั้น
2.      Green ICT เป็นการเปลี่ยนกระบวนการทำซ้ำหนังสือ จากการถ่ายเอกสารเป็นการสแกน ใช้อุปกรณ์ที่ช่วยลดพลังงาน
การทำเว็บไซต์
            การพัฒนาเว็บไซต์แยกออกเป็น 2 กรณี ดังนี้
1.      การพัฒนาด้วยมือ เช่น .php, .html, .htm
2.      การพัฒนาด้วยซอฟต์แวร์ เช่น Drupal เป็นต้น
การทำเว็บไซต์ที่ให้ Google Search Engine เก็บข้อมูลได้ จะประกอบด้วย 1 html(ฝัง Web Meta Tag), 3 jpg(ฝัง IPTC), 1 ppt(ฝัง Document Metadata), 1 pdf(ฝัง PDF Metadata)
การทำ IR      
          IR มีซอฟต์แวร์อยู่ 2 กลุ่ม คือ 1. Data Provider (ผู้ให้บริการข้อมูล) 2. Data Harvester (ทำหน้าที่ดูดบรรณานุกรมจาก Data Provider ของคนอื่น)
            เมื่อพัฒนา IR แล้ว ซึ่งอยู่ในสถานะ Data Provider ต้องไปลงทะเบียน OAI URL ผ่าน OpenArchives.org แล้วนำผลงานของแต่ละบุคคลใน IR ไปทำ e-Portfolio รายบุคคลที่ researchgate.net
            ข้อเสียของ IR คือ ก่อให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์และถูกฟ้องได้ง่าย

กิจกรรมห้องสมุด
การเล่าเรื่องหนังสือ
            หมายถึง การนำหนังสือมาพูดให้ผู้ฟังเกิดความสนใจและต้องการอ่าน โดยเลือกจุดเด่นของหนังสือมาเล่า พร้อมทั้งนำหนังสือมาแสดงขณะกำลังเล่าด้วย
          การเตรียมการและวิธีการเล่า
1.      เลือกหนังสือที่จะเล่า
2.      พิจารณาจำนวนผู้ฟัง ระหว่างเด็กหญิงและเด็กชาย
3.      พิจารณาภูมิหลังของกลุ่มผู้ฟังว่าชอบอะไร สนใจในเรื่องอะไรเป็นพิเศษ อะไรที่เด็กหญิงและชายฟังร่วมกันได้ เพื่อให้เด็กฟังแล้วสนุก
4.      จัดหัวข้อเรื่องที่จะเล่า กำหนดจำนวนหนังสือที่จะเล่า การเล่าต้องมีวัตถุประสงค์ในการเล่า เช่น ต้องการให้คนมาใช้ห้องสมุดมากขึ้น ต้องการให้ผู้ใช้รู้จักหนังสือในห้องสมุดมากขึ้น ต้องการให้ผู้ใช้อ่านหนังสือมากขึ้น เป็นต้น
5.      กำหนดเวลาการเล่า ซึ่งปกติแล้วจะไม่เกิน 40 นาที และต้องเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเชิงวิชาการบ้าง ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์หนังสือมากขึ้น
6.      ทำโน้ตที่เกี่ยวกับโครงเรื่องที่จะพูด
7.      บางครั้งใช้วิธีการอ่านก็ได้ เช่น โคลง กลอน ความเรียงบางเรื่องที่ใช้ภาษาที่ไพเราะสละสลวย
การวิจารณ์หนังสือ
เป็นการพิจารณาหนังสือเกี่ยวกับ ลักษณะการเขียนเนื้อหาว่ามีข้อดี ข้อเด่น ข้อบกพร่องหรือจุดอ่อนเรื่องอะไรในเนื้อหาสาระของเรื่องตอนใดบ้าง และมีอะไรที่น่าประทับใจ อีกทั้งมีความรู้ข้อคิดในเรื่องใด  
          จุดประสงค์ของการวิจารณ์หนังสือในห้องสมุด
1.             เพื่อส่งเสริมให้มีการอ่านหนังสือที่มีคุณค่ามากขึ้น
2.             เพื่อส่งเสริมให้วิจารณญาณในการอ่าน
3.             เพื่อแนะนำหนังสือที่ดีที่ควรอ่าน
ลักษณะของนักวิจารณ์ที่ดี คือเป็นนักอ่านที่สามารถอ่านอย่างมีวิจารณญาณ มีใจเป็นกลางหรือเป็นธรรม โดยพยายามที่จะศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่จะวิจารณ์ ชีวิตและงานต่างๆของนักเขียน ทัศนคติที่เด่นชัดในงานเขียน และลีลาการเขียน รวมทั้งวิธีการวิจารณ์
ประโยชน์จากการวิจารณ์ คือ ก่อให้เกิดความคิด สติปัญญา มีความรอบรู้ในเรื่องต่างๆอย่างกว้างขวาง สามารถแก้ไขในสิ่งที่บกพร่องได้ เป็นผู้ที่มีเหตุมีผลและมีความเที่ยงธรรม
การจัดนิทรรศการ     
          หมายถึง การแสดงงานให้ชม อาจมีหรือไม่มีผู้บรรยายให้ฟัง อาจใช้สถานที่ในหรือนอกอาคารก็ได้ซึ่งการจัดนิทรรศการต้องจัดอย่างมีระเบียบ มีความแจ่มชัด ดูง่าย ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ก่อให้เกิดความรู้แก่ผู้ชม
สิ่งที่บรรณารักษ์พึงมีเพื่อเป็นประโยชน์ในการจัดนิทรรศการ คือ มีความรู้เรื่องศิลปะ องค์ประกอบของศิลปะ การมีความคิดสร้างสรรค์และมีความรู้ในสาระของข้อมูลแต่ละเรื่อง
            วัตถุประสงค์
1.      กระตุ้นให้เกิดความสนใจที่จะอ่านหนังสือ
2.      ผู้ใช้ทราบถึงการบริการของห้องสมุดและทรัพยากรภายในห้องสมุดเป็นประโยชน์ต่อคนในชุมชนอย่างไร
3.      ผู้ใช้ทราบข่าวคราวความเคลื่อนไหวของห้องสมุดและความเป็นไปของโลก
4.      ผู้เข้าห้องสมุดมากขึ้น
5.      ช่วยให้ห้องสมุดมีบรรยากาศที่สดใส สบายตา สวยงาม ช่วยดึงดูดใจให้ผู้ใช้เข้าไปอ่านหนังสือ และใช้เป็นที่ศึกษาหาความรู้
ประเภทของนิทรรศการ
1.      นิทรรศการใหญ่
2.      นิทรรศการย่อย
3.      นิทรรศการหนังสือ
4.      นิทรรศการความรู้
5.      นิทรรศการให้คำแนะนำโดยตรง
6.      นิทรรศการเทศกาลและวันสำคัญ

การประชาสัมพันธ์ของห้องสมุด
การประชาสัมพันธ์ หมายถึง การติดต่อสื่อความหมายผ่านสิ่งที่สามารถตีความหมายได้ มี เป็นแผนการและการกระทำที่ต่อเนื่องกันในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มประชาชนที่เกี่ยวข้องด้วยความจริงใจ มีความรู้ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างฉันไมตรีและให้การสนับสนุนความร่วมมือกันและกัน โดยมุ่งที่จะสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน สถาบันหรือหน่วยงานสามารถดำเนินงานได้อย่างกลมเกลียวสอดคล้องกับสังคม โดยมีประชามติเป็นแนวบรรทัดฐานที่สำคัญ
วัตถุประสงค์
1.             เพื่อสร้างภาพพจน์
2.             เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิด
3.             เพื่อกระตุ้นความสนใจ
4.             เพื่อสร้างความนิยมแก่ชุมชนและกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในองค์กร
5.             เพื่อชี้แจงและให้บริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุด
6.             เพื่อเพิ่มพูนความเป็นมิตรไมตรี
กระบวนการประชาสัมพันธ์
1.      การวิจัย & การรับฟัง
การวิจัย เมื่อต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในขณะนั้นหรือช่วงนั้น ซึ่งการตั้งคำถามต้องมีความกว้างขวางเพื่อให้ได้คำตอบในสิ่งที่ต้องการ
การรับฟังความคิดเห็น การสนทนาเพื่อถามถึงความคิดเห็นของผู้อื่น การพูดคุยเพื่อการเตรียมการประชาสัมพันธ์
2.      การวางแผน & การประชาสัมพันธ์
การวางแผน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามขั้นตอนและตรงกับวัตถุประสงค์
การประชาสัมพันธ์ เพื่อสื่อในสิ่งที่ต้องการให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้
3.      การสื่อสาร สามารถกำหนดสารได้ครอบคลุมเข้าใจ เลือกช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม
องค์ประกอบของการสื่อสาร
1.      ผู้ส่งสาร คือผู้ที่ต้องการบอกบางสิ่งให้ผู้อื่นรับรู้ โดยใช้วิธีใดก็ได้ ซึ่งผู้ส่งสารควรมีคุณสมบัติที่ดี คือ มีทักษะในการสื่อสารที่ดี ชัดเจน ตรงประเด็น มั่นใจในตนเอง รอบรู้ทั้งเรื่องที่ต้องการจะสื่อสารและวัฒนธรรมต่างๆ โดยเฉพาะวัฒนธรรมของผู้รับสาร
2.      สาร คือสิ่งที่ต้องการบอกหรือประกาศให้รับรู้
3.      ช่องสารหรือสื่อ คือช่องทางที่ใช้ในการส่งสารไปยังผู้รับสาร
4.      ผู้รับสาร คือกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้รับรู้และเข้าใจสารที่จะส่ง
กลุ่มเป้าหมาย
1.      การสื่อสารภายในองค์กร อาจเป็นการสื่อสารจากผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงานระดับเดียวกันหรือต่างระดับสายงานก็ได้
2.      การสื่อสารภายนอกองค์การ มีทั้งการสื่อสารที่สถาบันควบคุมได้และการสื่อสารผ่านสื่อมวลชน