1. พฤติกรรมผู้ใชเปลี่ยน & การพัฒนา IT
2. กฎของพาเรโต
3. เศรษฐศาสตร์หางแถวยาว
4. เทคโนโลยี Web 2.0
5. Lib 2.0
พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยน&การพัฒนาIT
แนวโน้มการใช้ห้องสมุดในรูปแบบดิจิตอลของผู้ใช้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยน&การพัฒนาIT
แนวโน้มการใช้ห้องสมุดในรูปแบบดิจิตอลของผู้ใช้มีปริมาณที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้ใช้สามารถเข้าถึงสารสนเทศได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
กฎของพาเรโต
วิลเฟรโต เป็นนักเศรษฐศาสตร์ ได้อธิบายถึงสิ่งสำคัญหรือมีประโยชน์มีอยู่เป็นจำนวนที่น้อยกว่าสิ่งที่ไม่สำคัญหรือไม่มีประโยชน์ซึ่งมีจำนวนที่มากกว่า ในอัตราส่วน 20 ต่อ 80 เช่น ร้อยละ 80 ของที่ดินในประเทศอิตาลีเป็นของกลุ่มประชากรเพียงร้อยละ 20 และคนใน 20 % ที่ครอบครองที่ดินในประเทศอิตาลีสามารถมีอำนาจหรือมีเงินที่จะซื้อในสิ่งที่ต้องการ ดังนั้นการทำธุรกิจจึงมุ่งเป้าหมายไปที่กลุ่มผู้มีอำนาจในการซื้อเหล่านี้ ซึ่งจะเห็นจากปี 1906 ที่ยอดขายร้อยละ 80 มาจากลูกค้าชั้นดีเพียงแค่ 20%
แนวคิดกฎ 80/20 คือแนวคิดที่มองว่ายอดขาย 80% มาจากลูกค้าเกรด A
เศรษฐศาสตร์/ทฤษฎีหางแถว(Long Tail)
Long Tail เป็นทฤษฎีทางการตลาดของ Chris Anderson ที่อธิบายไว้ว่า หากแกนตั้ง คือ ยอดขาย แกนนอน คือ สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ส่วนที่เป็นสีแดงของกราฟ คือ Hits หรือสินค้ายอดนิยม เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มใหญ่ ส่วนที่เป็นสีเหลือง คือ Nonhit หรือ Niches หรือสินค้าที่เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มน้อย หาซื้อได้ยาก เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่และชั้นวางแสดงสินค้า ซึ่งชี้ให้เห็นว่า แนวโน้มของตลาดเริ่มย้ายจากสีแดงเป็นสีเหลือง ขยายยาวไปทางขวาขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็น Niches ได้ง่ายมากขึ้น เช่น ปริมาณการขายแผ่นเสียงสำหรับนักร้องยอดนิยมมีน้อยกว่าผลผลิตเพลงของนักร้องที่ไม่เป็นที่นิยม
Long Tail เป็นทฤษฎีทางการตลาดของ Chris Anderson ที่อธิบายไว้ว่า หากแกนตั้ง คือ ยอดขาย แกนนอน คือ สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ส่วนที่เป็นสีแดงของกราฟ คือ Hits หรือสินค้ายอดนิยม เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มใหญ่ ส่วนที่เป็นสีเหลือง คือ Nonhit หรือ Niches หรือสินค้าที่เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มน้อย หาซื้อได้ยาก เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่และชั้นวางแสดงสินค้า ซึ่งชี้ให้เห็นว่า แนวโน้มของตลาดเริ่มย้ายจากสีแดงเป็นสีเหลือง ขยายยาวไปทางขวาขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันทำให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็น Niches ได้ง่ายมากขึ้น เช่น ปริมาณการขายแผ่นเสียงสำหรับนักร้องยอดนิยมมีน้อยกว่าผลผลิตเพลงของนักร้องที่ไม่เป็นที่นิยม
กฎ 3 ประการของทฤษฎี Long Tail
กฎข้อที่ 1 Make everything available
กฎขอที่ 2 Cut the price in half. Now lower it
กฎข้อที่ 3 Help me find it
แนวคิดของ Long Tail เป็นแนวคิดทางการตลาดที่ต้องการให้ผู้ประกอบการหันมามุ่งเน้นพัฒนากลยุทธ์สำหรับสินค้าจำนวนมากที่มีผู้บริโภคต้องการน้อย เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายโดยการ รักษาลูกค้าชั้นดีที่มีอยู่เพียง 20% และจัดสรรทรัพยากรมายังปัจจัยส่วนน้อยที่เป็นประโยชน์ต่อการเกิดผลสวนใหญ่มากขึ้น
เมื่อสำรวจการใช้ทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด พบว่า หนังสือเพียง 20% เท่านั้นที่ถูกยืมหรือถูกหยิบออกมาใช้ และอีก 80% ยังคงต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บ แต่มีผู้ใช้น้อย ถือเป็น Library Long Tail จึงต้องหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้หนังสือ 80% ได้รับการใช้งานมากขึ้น เช่น การพัฒนาระบบ OPAC หรือ Meta Search Tools เป็นต้น
กฎข้อที่ 1 Make everything available
กฎขอที่ 2 Cut the price in half. Now lower it
กฎข้อที่ 3 Help me find it
แนวคิดของ Long Tail เป็นแนวคิดทางการตลาดที่ต้องการให้ผู้ประกอบการหันมามุ่งเน้นพัฒนากลยุทธ์สำหรับสินค้าจำนวนมากที่มีผู้บริโภคต้องการน้อย เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายโดยการ รักษาลูกค้าชั้นดีที่มีอยู่เพียง 20% และจัดสรรทรัพยากรมายังปัจจัยส่วนน้อยที่เป็นประโยชน์ต่อการเกิดผลสวนใหญ่มากขึ้น
เมื่อสำรวจการใช้ทรัพยากรสารสนเทศในห้องสมุด พบว่า หนังสือเพียง 20% เท่านั้นที่ถูกยืมหรือถูกหยิบออกมาใช้ และอีก 80% ยังคงต้องใช้พื้นที่ในการจัดเก็บ แต่มีผู้ใช้น้อย ถือเป็น Library Long Tail จึงต้องหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้หนังสือ 80% ได้รับการใช้งานมากขึ้น เช่น การพัฒนาระบบ OPAC หรือ Meta Search Tools เป็นต้น
Web 1.0
Web 1.0 เป็นการติดต่อสื่่อสารบนอินเทอร์เน็ตระหว่างผู้อ่านกับเจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นไปลักษณะโต้ตอบทางเดียว กล่าวคือ ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์จะทำได้เพียงรับข้อมูลจากเนื้อหาขอเว็บไซต์ ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นหรือมีการโต้ตอบแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน
เนื่องจากผู้ใช้ในปัจจุบันมีความต้องการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เนื้อหาที่ได้ต้องมีความทันสมัย อีกทั้งต้องการมีส่วนร่วมกับผู้พัฒนา จึงทำให้เกิด Web 2.0
่
Web 1.0 เป็นการติดต่อสื่่อสารบนอินเทอร์เน็ตระหว่างผู้อ่านกับเจ้าของเว็บไซต์ที่เป็นไปลักษณะโต้ตอบทางเดียว กล่าวคือ ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์จะทำได้เพียงรับข้อมูลจากเนื้อหาขอเว็บไซต์ ไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นหรือมีการโต้ตอบแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน
เนื่องจากผู้ใช้ในปัจจุบันมีความต้องการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว เนื้อหาที่ได้ต้องมีความทันสมัย อีกทั้งต้องการมีส่วนร่วมกับผู้พัฒนา จึงทำให้เกิด Web 2.0
่
Web 2.0
Web 2.0 เป็นคำที่ใช้อธิบายลักษณะของเทคโนโลยี WWW และการออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบันที่มีลักษณะส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูล เพื่อการพัฒนาแนวความคิดและการออกแบบ รวมถึงการร่วมสร้างข้อมูลในโลกของอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและการปฏิวัติรูปแบบเทคโนโลยีที่นำไปสู่ Web Service
ระดับของ Web 2.0
ระดับ 3 ระดับการใช้งานจากผู้ใช้ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต มีลักษณะการสื่อสารภายใต้เว็บไซต์เดียวกัน เช่น Wikipedia, Skype, Ebay เป็นต้น
ระดับ 2 ระดับการจัดการทั่วไปที่สามารถใช้งานได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่านอินเทอร์เน็ต มีการเชื่อมโยงผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน เมื่อมีการใช้งานบนออนไลน์ เช่น Flickr เป็นต้น
ระดับ 1 ระดับการจัดการทั่วไปที่สามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านอินเทอร์เน็ต มีความสามารถมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานบนออนไลน์ เช่น Google Docs, iTunes เป็นต้น
ระดับ 0 ระดับที่สามารถใช้งานได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น Google Map เป็นต้น
คุณลักษณะของเว็บ 2.0
1. เกิดแนวคิดของการสร้างสรรค์ธุรกิจเว็บไซต์และการออกแบบต่าง ๆ เกิดการดำเนินธุรกิจออนไลน์ด้วยแนวทางใหม่ๆ เกิดโมเดลทางธุรกิจที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้ธุรกิจเว็บไซต์กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล
2. ผู้ใช้สามารถเข้ามาจัดการเนื้อหาบนหน้าเว็บได้และสามารถแบ่งปันเนื้อหาที่ผ่านการจัดการให้กับกลุ่มคนในโลกออนไลน์ได้ ก่อให้เกิดสังคมออนไลน์และเกิดกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น
4. เนื้อหามีการจัดเรียง จัดกลุ่มมากขึ้น
5. ลักษณะเนื้อหามีการแบ่งส่วนบนหน้าเพจ ซึ่งเปลี่ยนจากข้อมูลก้อนใหญ่มาเป็นก้อนเล็ก
6. มีการบริการหลายเว็บไซต์ที่มีแนวทางเดียวกัน
Library 2.0
Library 2.0 เป็นแนวคิดของการพัฒนาเว็บไซต์ในการให้บริการและการประชาสัมพันธ์ของห้องสมุด โดยเน้นเรื่องการสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ ซึ่งยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง คือการเปิดช่องทางในการสื่อสารถามตอบแบบ Real Time ด้วยบริการ ICQ, MSN ระหว่างผู้ใช้ห้องสมุดกับบุคลากรในห้องสมุด อีกทั้งผู้ใช้สามารถร่วมกันสร้างสรรค์เนื้อหา เช่น Wiki, Blog ของห้องสมุด ความสามารถในการทำงานร่วมกัน โดยมีการนำเสนอด้วยสื่อมัลติมีเดียที่เหมาะสมและเนื้อหาสาระที่มีคุณค่าต่อผู้ใช้ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
Web 2.0 มีแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างช่องทางการติดต่อสื่อสารและการสร้างความร่วมมือ
การเข้าสู่่โลก ของ 2.0 ของห้องสมุด
Blog – บทความออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเขียนเรื่องอะไรก็ได้ให้ผู้สนใจได้ติดตาม
Wiki – เป็นต้นแบบของการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้เขียนบทความ สารานุกรมในเรื่องที่น่ารู้ต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้ช่วยกันเขียน ปรับปรุง แก้ไขเนื้อหาให้้ถูกต้องสมบูรณ์
Folksonomy – เรียกอีกอย่างว่า Tag เป็นคำหรือข้อความที่บอกถึงหมวดหมู่ กลุ่มเนื้อหาของสิ่งต่างๆ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย อาจจะประยุกต์ใช้โดยให้ข้อมูลการนำไปใช้ก็ได้
RSS – รูปแบบการรับส่งข้อมูลข่าวสารที่สะดวก รวดเร็ว ทำให้ผ้ใช้สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเว็บต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น เพียงแค่บอกรับ (Subscribe) เว็บไซต์ที่สนใจ หากมีการ Update ใดๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งมายังผู้บอกรับเองโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเข้าไปเว็บไซต์นั้นให้เสียเวลา
Podcast และ Videocast – การเผยแพร่ไฟล์เสียงและไฟล์วิดีโอต่างๆ ที่น่าสนใจ เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน ซึ่งผู้ใช้สามารถบอกรับการ Update ได้เช่นเดียวกับระบบของ RSS
Social Bookmarking – แบ่งปัน URL ของเว็บไซต์ที่น่าสนใจร่วมกัน ทำให้เกิดแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ห้องสมุดบางแห่งใช้ del.icio.us เพื่อการสร้าง Subject Guide หรือชี้แหล่งข้อมูลในหัวเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ หรือใช้เพื่อการตอบคำถามได้อีกด้วย
Social Networking – เครือข่ายทางสังคมของผู้ที่สนใจสิ่งที่เหมือนกัน เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเฉพาะด้านร่วมกัน
Next Generation OPAC – การสืบค้นหนังสือหรือข้อมูลยุคใหม่ ที่ต้องสะดวก รวดเร็ว ผู้ใช้สามารถไปยังข้อมูลที่สนใจได้ง่าย มีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ มีเครื่องมือในการช่วยเหลือเพื่อการใช้งานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นในรายการต่างๆ ได้
Web 2.0 เป็นคำที่ใช้อธิบายลักษณะของเทคโนโลยี WWW และการออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบันที่มีลักษณะส่งเสริมการแบ่งปันข้อมูล เพื่อการพัฒนาแนวความคิดและการออกแบบ รวมถึงการร่วมสร้างข้อมูลในโลกของอินเทอร์เน็ต ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาและการปฏิวัติรูปแบบเทคโนโลยีที่นำไปสู่ Web Service
ระดับของ Web 2.0
ระดับ 3 ระดับการใช้งานจากผู้ใช้ทั่วไปบนอินเทอร์เน็ต มีลักษณะการสื่อสารภายใต้เว็บไซต์เดียวกัน เช่น Wikipedia, Skype, Ebay เป็นต้น
ระดับ 2 ระดับการจัดการทั่วไปที่สามารถใช้งานได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องผ่านอินเทอร์เน็ต มีการเชื่อมโยงผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน เมื่อมีการใช้งานบนออนไลน์ เช่น Flickr เป็นต้น
ระดับ 1 ระดับการจัดการทั่วไปที่สามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านอินเทอร์เน็ต มีความสามารถมากขึ้นเมื่อมีการใช้งานบนออนไลน์ เช่น Google Docs, iTunes เป็นต้น
ระดับ 0 ระดับที่สามารถใช้งานได้ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เช่น Google Map เป็นต้น
คุณลักษณะของเว็บ 2.0
1. เกิดแนวคิดของการสร้างสรรค์ธุรกิจเว็บไซต์และการออกแบบต่าง ๆ เกิดการดำเนินธุรกิจออนไลน์ด้วยแนวทางใหม่ๆ เกิดโมเดลทางธุรกิจที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ทำให้ธุรกิจเว็บไซต์กลายเป็นธุรกิจที่มีมูลค่ามหาศาล
2. ผู้ใช้สามารถเข้ามาจัดการเนื้อหาบนหน้าเว็บได้และสามารถแบ่งปันเนื้อหาที่ผ่านการจัดการให้กับกลุ่มคนในโลกออนไลน์ได้ ก่อให้เกิดสังคมออนไลน์และเกิดกิจกรรมร่วมกันมากขึ้น
4. เนื้อหามีการจัดเรียง จัดกลุ่มมากขึ้น
5. ลักษณะเนื้อหามีการแบ่งส่วนบนหน้าเพจ ซึ่งเปลี่ยนจากข้อมูลก้อนใหญ่มาเป็นก้อนเล็ก
6. มีการบริการหลายเว็บไซต์ที่มีแนวทางเดียวกัน
Library 2.0
Library 2.0 เป็นแนวคิดของการพัฒนาเว็บไซต์ในการให้บริการและการประชาสัมพันธ์ของห้องสมุด โดยเน้นเรื่องการสามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ ซึ่งยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง คือการเปิดช่องทางในการสื่อสารถามตอบแบบ Real Time ด้วยบริการ ICQ, MSN ระหว่างผู้ใช้ห้องสมุดกับบุคลากรในห้องสมุด อีกทั้งผู้ใช้สามารถร่วมกันสร้างสรรค์เนื้อหา เช่น Wiki, Blog ของห้องสมุด ความสามารถในการทำงานร่วมกัน โดยมีการนำเสนอด้วยสื่อมัลติมีเดียที่เหมาะสมและเนื้อหาสาระที่มีคุณค่าต่อผู้ใช้ผ่านทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
Web 2.0 มีแนวคิดเกี่ยวกับการสร้างช่องทางการติดต่อสื่อสารและการสร้างความร่วมมือ
การเข้าสู่่โลก ของ 2.0 ของห้องสมุด
Blog – บทความออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเขียนเรื่องอะไรก็ได้ให้ผู้สนใจได้ติดตาม
Wiki – เป็นต้นแบบของการทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้เขียนบทความ สารานุกรมในเรื่องที่น่ารู้ต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้ช่วยกันเขียน ปรับปรุง แก้ไขเนื้อหาให้้ถูกต้องสมบูรณ์
Folksonomy – เรียกอีกอย่างว่า Tag เป็นคำหรือข้อความที่บอกถึงหมวดหมู่ กลุ่มเนื้อหาของสิ่งต่างๆ ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย อาจจะประยุกต์ใช้โดยให้ข้อมูลการนำไปใช้ก็ได้
RSS – รูปแบบการรับส่งข้อมูลข่าวสารที่สะดวก รวดเร็ว ทำให้ผ้ใช้สามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงข้อมูลในเว็บต่างๆ ได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น เพียงแค่บอกรับ (Subscribe) เว็บไซต์ที่สนใจ หากมีการ Update ใดๆ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งมายังผู้บอกรับเองโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องเข้าไปเว็บไซต์นั้นให้เสียเวลา
Podcast และ Videocast – การเผยแพร่ไฟล์เสียงและไฟล์วิดีโอต่างๆ ที่น่าสนใจ เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการกระจายข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน ซึ่งผู้ใช้สามารถบอกรับการ Update ได้เช่นเดียวกับระบบของ RSS
Social Bookmarking – แบ่งปัน URL ของเว็บไซต์ที่น่าสนใจร่วมกัน ทำให้เกิดแหล่งข้อมูลที่มีคุณค่ามากยิ่งขึ้น ห้องสมุดบางแห่งใช้ del.icio.us เพื่อการสร้าง Subject Guide หรือชี้แหล่งข้อมูลในหัวเรื่องต่างๆ ที่น่าสนใจ หรือใช้เพื่อการตอบคำถามได้อีกด้วย
Social Networking – เครือข่ายทางสังคมของผู้ที่สนใจสิ่งที่เหมือนกัน เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลเฉพาะด้านร่วมกัน
Next Generation OPAC – การสืบค้นหนังสือหรือข้อมูลยุคใหม่ ที่ต้องสะดวก รวดเร็ว ผู้ใช้สามารถไปยังข้อมูลที่สนใจได้ง่าย มีข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ มีเครื่องมือในการช่วยเหลือเพื่อการใช้งานที่สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นในรายการต่างๆ ได้