บริการนำส่งเอกสาร
เป็นบริการที่สืบเนื่องมาจากการยืมระหว่างห้องสมุด โดยห้องสมุดจัดทำร่วมกับผู้จัดจำหน่ายในการจัดหาเอกสารที่เป็นทั้งเอกสารตีพิมพ์เผยแพร่แล้วและยังไม่ได้เผยแพร่ จัดส่งให้กับผู้ใช้ในรูปแบบกระดาษหรือวัสดุย่อส่วนหรือเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยวิธีการส่งที่มีประสิทธิภาพ มีการคิดค่าบริการกับผู้ใช้ด้วย ถือว่าเป็นการหารายได้ให้กับห้องสมุดอีกทางหนึ่ง ซึ่งผู้บริการนำส่งต้องขออนุญาตผู้มีสิทธิผลงานและเสียค่าลิขสิทธิ์ให้ถูกต้องก่อนทำสำเนาถึงลูกค้า
บริการนำส่งเอกสารเป็นบริการเสริม ILL ที่ให้บริการทั้งหนังสือ บทความในหนังสือ บทความในวารสาร รายงานการประชุม รายงานการวิจัย สื่อโสตทัศนวัสดุและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น Ingenta, Elsevier Science, SpringerLink, Gordon&Breach เป็นต้น
ปรัชญาและวัตถุประสงค์ของการบริการ
ปรัชญา : เนื่องจากไม่มีห้องสมุดใดที่มีทรัพยากรสารสนเทศครบตามที่ผู้ใช้ต้องการ เนื่องจากห้องสมุดมีงบประมาณที่ลดลง ผู้ใช้จึงถูกจำกัดการใช้ จึงเป็นการแก้ปัญหาเพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริการ
วัตถุประสงค์ : Just in Time คือ การสามารถจัดหาเอกสารให้กับผู้ใช้ได้ทันเวลา ไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ที่ไหนหรือต้องการเวลาใดก็ตาม
วิธีการบริการ
เดิมจัดส่งเอกสารผ่านไปรษณีย์และโทรสาร แต่ปัจจุบันจัดส่งเอกสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น E-mail เป็นต้น
การดำเนินการ
มีทั้งแบบฟอร์ม DVD และบริการออนไลน์
ผู้ให้บริการ
1. สถาบันบริการสารสนเทศ มีทั้งจัดส่งภายในสถาบันและระหว่างสถาบัน
2. ตัวแทนจัดหาและจัดส่งเอกสาร แบ่งออกเป็น
a. ผู้ให้บริการทั่วไป เช่น Ingenta
b. ผู้ให้บริการเฉพาะด้านสาขา เช่น Proquest
c. ผู้ให้บริการที่เป็นสำนักพิมพ์ เช่น Elsevier Science, SpringerLink, Gordon&Breach
d. ผู้ให้บริการที่เป็นผู้จำหน่ายฐานข้อมูล เช่น Dialog, DAO
e. ผู้ให้บริการที่เป็นนายหน้าค้าสารสนเทศ
ข้อคำนึงในการให้บริการ
1. ลิขสิทธิ์
2. ค่าเสียหาย & ค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง
3. การเข้าถึงและกรรมสิทธิ์
การดำเนินการเมื่อได้รับเอกสาร
1. แจ้งผู้ขอทันที
2. จัดการให้มีการส่งคืนตามกำหนด
3. เอกสารเป็นขอผู้ใช้
บริการอ้างอิง
สมาคมอเมริกันได้กำหนดไว้ว่า หน้าที่ของห้องสมุดทุกประเภท คือ ต้องจัดการให้ผู้ใช้มีโอกาสเข้าใจในเรื่องการจัดการสารสนเทศให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างสะดวก บรรณารักษ์ต้องทำให้ผู้ใช้มีทักษะในการเข้าถึงสารสนเทศได้ด้วยตนเองอย่างมีจริยธรรม ถือเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ก่อให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาและนำไปสู่การสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต
Website แบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ Surface Web (ข้อมูลที่มีอยู่เพียงปริมาณพื้นผิวของข้อมูลที่อยู่บนโลกนี้) และ Deep Web (ข้อมูลที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ มีเพียงสมาชิกของในองค์กรเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้)
หลักการปฏิรูปการศึกษา
1. เกิดการเรียนรู้ต่อเนื่องและตลอดชีวิต
2. การประเมินเอาสารสนเทศมาใช้ รู้จักเลือกแหล่งที่จะได้ข้อมูลมา รู้วิธีการเปรียบเทียบ ประเมิน สังเคราะห์ข้อมูล ซึ่งข้อมูลที่ได้จะต้องมีความน่าเชื่อถือ เหมาะสม ทันสมัย และตรงกับความต้องการ
3. สามารถนำเสนอข้อมูลได้
4. รู้กฎหมายลิขสิทธิ์ รู้ว่าสามารถนำเอาสารสนเทศมาใช้ได้ในระดับใด
Information Literacy
Literacy เดิมมีความหมายเพียงการอ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น แต่ในยุคสังคมปัจจุบันมีความหลากหลายของสารสนเทศและมีความจำเป็นในการเข้าถึง อีกทั้งเห็นถึงความสำคัญของคอมพิวเตอร์ที่เป็นสื่อกลางในการจัดการและการเข้าถึงสารสนเทศจึงถูกนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทักษะในการเรียนรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ให้มากขึ้น เพื่อให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในคุณสมบัติและการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ให้เกิดประโยชน์กับงานของตนได้ ดังนั้นปัจจุบันนี้ Literacyไม่ใช่เพียงแต่อ่านออกเขียนได้ แต่ต้องสามารถนำสารสนเทศมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงจะก่อให้เกิดการรู้สารสนเทศ กล่าวคือ การที่บุคลากรได้รับการฝึกให้สามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือในการเข้าถึงสารสนเทศและสามารถสังเคราะห์สารสนเทศมาใช้ได้ตามความต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ
การส่งเสริมการรู้สารสนเทศในสถาบัน เป็นการปูพื้นฐานการรู้สารสนเทศแก่ผู้เรียนมาตั้งแต่การศึกษาระดับต้นจนถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งต้องเกิดจากความร่วมมือของครูอาจารย์และบรรณารักษ์ด้วย จึงมีการกำหนดทักษะการรู้สารสนเทศให้เป็นทักษะหนึ่งที่ต้องพัฒนาให้เกิดในตัวผู้เรียน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอน
การส่งเสริมการเรียนรู้สารสนเทศกับห้องสมุด
ห้องสมุดมีการส่งเสริมการรู้สารสนเทศด้วยวิธีการบริการสอนการใช้ คือ แนะนำการใช้ห้องสมุด และการใช้บริการต่างๆ เช่น การสืบค้นฐานข้อมูล การใช้ฐานข้อมูล การใช้ทรัพยากรสารสนเทศต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งผู้ใช้ต้องมีความสามารถในการประเมินและสังเคราะห์สารสนเทศที่จะนำมาใช้ มีวัตถุประสงค์คือ ต้องการให้ผู้ใช้รู้จักวิธีการค้นคว้าและได้มาซึ่งสารสนเทศที่ต้องการ
การให้บริการสอนการใช้ห้องสมุด แบ่งออกเป็นการให้บริการเฉพาะบุคคลและการให้บริการเป็นกลุ่ม โดยให้บริการ ดังนี้
1. นำชมห้องสมุด : การทำให้ผู้ใช้คุ้นเคยกับลักษณะทางกายภาพของห้องสมุด
2. บริการสอนการใช้เครื่องมือการค้น : หลักการค้น, การกำหนดหัวเรื่อง คำสำคัญ เป็นต้น
3. บริการสอนการค้นคว้า
การส่งเสริมการรู้สารสนเทศกับการเรียนการสอน
1. การสอนเป็นรายวิชาที่อาจเป็นวิชาบังคับหรือวิชาเลือก
2. การสอนผ่านบทเรียนออนไลน์
3. สมุดฝึกหัด ที่ประกอบด้วยเนื้อหาบทเรียนและแบบฝึกหัด
4. การสอนเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา
5. การสอนแบบบรูณาการกับรายวิชาอื่นในหลักสูตร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น